5 สาเหตุ เสี่ยงทำให้ตับพัง

ปัจจุบัน มลภาวะและสารพิษต่างๆ มีอยู่รอบตัวเรามากมาย และเราก็มักจะได้รับสารพิษต่างๆ นั้นเข้าสู่ร่างกายได้ โดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ร่างกายเมื่อมีการสะสมสารพิษ หากมีมากขึ้นก็ก่อให้เกิดโรคร้ายและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แต่ร่างกายของเรายังมีอวัยวะอย่างหนึ่งที่สำคัญ มีหน้าที่หลักในการช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย นั่นก็คือ อวัยวะที่เรียกกันว่าตับนั่นเองค่ะ แต่หากว่าตับที่มีหน้าที่ในการกำจัดสารพิษทำงานหนักเกินไป ก็จะนำมาซึ่งความเสื่อม เกิดเป็นโรคตับ ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือ อาจจะเรียกได้ว่าตับพัง อะไรที่เป็นสาเหตุทำร้ายตับได้บ้าง ก็ควรเรียกหลีกเลี่ยงนะคะวันนี้ จึงมี 5 สาเหตุเสี่ยงทำให้ตับพังมาฝากกันค่ะ

 

1.หน้าที่ของตับ ตับเป็นอวัยวะที่สร้างสารต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ไข่ขาวหนือ albumin ช่วยอุ้มน้ำให้อยู่ในหลอดเลือด หากไข่ขาวในเลือดต่ำจะทำให้เกิดอาการบวมเท้า ท้องมานได้

 

2. ตับเป็นอวัยวะที่ผลิตน้ำดี และเกลือน้ำดีเพื่อช่วยย่อยสลายไขมัน โดยน้ำดีจะถูกขับออกทางเดินอาหาร ทำให้อุจาระสีเหลือง หากทางเดินน้ำดีอุดตันอุจจาระจะมีสีขาว

 

3. ตับเป็นอวัยวะที่สะสมพลังงานเช่น glucose และวิตามิน

 

4. ตับเป็นโรงงานผลิตพลังงานให้ร่างกาย โดยการสลายสารอาหารให้ร่างกาย ดังนั้นหากว่าตับป่วยจะทำให้รู้สึกเพลียมาก

 

5. มีหน้าที่สำคัญในการกำจัดของเสีย ของเสียที่ร่างกายเราได้มาจากอาหารหรือสารต่างๆ ที่เรารับเข้าสู่ร่างกาย เช่นยา แอลกอฮอลล์ กาแฟ หรือสารที่เป็นพิษ และอีกส่วนหนึ่งมาจากการย่อยหรือสลายสารอาหาร เมื่อสารพิษผ่านตับ ตับจะทำหน้าที่ทำลายสารพิษนั้น แต่หากเราได้รับสารพิษมากก็อาจจะทำให้ตับเสียหายได้

 

6. ตับเป็นที่อยู่ของเม็ดเลือด อันมีประโยชน์เพื่อดักจับเชื้อโรค

โรคของตับโรคที่อาจเกิดขึ้นกับตับได้ เช่น โรคตับอักเสบ (hepatitis) อาจเกิดจากเชื้อไวรัส สารพิษ ฯลฯ โรคตับแข็ง (cirrhosis) อาจเกิดต่อเนื่องจากตับอักเสบเพราะไวรัส หรืออาจเกิดจากสารเคมี ยาที่กินต่อเนื่อง หรือแอลกอฮอล์ โรค "haemochromatosis" เกิดจากการกินธาตุเหล็กมากเกินไป จนตับต้องเก็บรวมเอาไว้ไม่ให้เกิดพิษกับอวัยวะอื่น และเหล็กก็เป็นตัวการทำลายเซลล์ตับเอง โรคมะเร็งตับ อาจเกิดขึ้นภายในตับเอง หรือรับการแพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่นหรือลำไส้ หรือท่อทางเดินอาหาร โรค "Wilson's disease" เกิดจากตับต้องสะสมทองแดงมากเกินไปจนเกิดพิษโรคของท่อน้ำดี (diease of bile duct) เช่น เกิดอักเสบปิดกั้นทำให้ตับหลั่งน้ำดีไม่ได้ โรคท่อน้ำดีแข็งตัว โรคสภาวะ "Budd-Chiari Syndrome" สาเหตุเกิดจากการอุดตันที่หลอดเลือดดำ

 

สาเหตุที่ทำร้ายสุขภาพตับทำให้ตับพังหรือเป็นโรคได้

1. อาหารและน้ำดื่ม

คนเราควรได้รับอาหารและน้ำดื่มที่สะอาดในทุกๆ ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ อันเกิดจากการกินอาหารต่างๆ เช่น อาหาร ผัดสด ผลไม้ น้ำดื่ม ที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำไม่สุก ไม่สะอาด ไม่ต้มเดือด เป็นต้น ส่วนอาหารปกติแล้วเราไม่จำเป็นต้องเลือกกินอาหารเพื่อบำรุงตับ ทางที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลเสียต่อตับ เช่น อาหารที่ปนเปื้อนเชื้ออะฟลาท็อกซิน สารพิษที่ผลิตจากเชื้อรา โดยเราสามารถได้ในเมล็ดธัญพืช โดยเฉพาะในถั่วเมล็ดแห้ง และเมล็ดพืชน้ำมันชนิดต่างๆ พริกแห้ง ฯลฯ ที่มีเชื้อราชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ก่อน งดกินปลาดิบ เพื่อป้องกันพยาธิใบไม้ในตับ ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบหรือตับแข็งระยะเริ่มต้น จำเป็นต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่อย่างเพียงพอ เพื่อช่วยให้ตับสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว โดยในระยะนี้ เพื่อซ่อมแซมตับคุณหมออาจให้วิตามินเสริม ควรระวังว่าผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาทานเองเป็นอันขาด

 

2. การมีเพศสัมพันธ์ และเลือด

การติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี มีคนเป็นพาหะที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเราพบประมาณร้อยละ 5 โดยเฉพาะจากเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบอยู่ อาจทำให้คุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ได้ เมื่อติดเชื้อแล้วอาจจะป่วยเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อนี้มีโอกาสเสี่ยงของมะเร็งตับสูงกว่าคนทั่วไปถึง 223 เท่าเลยทีเดียว

3. ยา 

การกินยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ อาจมีผลข้างเคียงต่อตับได้ เพราะตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการกำจัดยาออกจากร่างกาย ดังนั้นการได้รับยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะรบกวนการทำงานของตับ หรืออาจมีผลอันไม่พึงประสงค์ต่อตับได้ เมื่อร่างกายได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูง หรือติดต่อกันเป็นเวลานานตับก็จะไม่สามารถทำลายได้ทัน เหลือเป็นส่วนเกินและมีฤทธิ์ทำลายเนื้อตับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับจนกลายเป็นภาวะตับวายได้ ในปัจจุบัน ยาอันตรายต่อตับที่คนมักมองข้ามเป็นยาใกล้ตัว อย่างเช่น "พาราเซตามอล" ที่อาจเกิดพิษต่อตับ ทั้งในกรณีที่กินในปริมาณมากเกินไป ตับเริ่มเสื่อมจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรือตับอักเสบจากไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อพาราเซตามอล หากกินเกิน 2 กรัมขึ้นไป อาจจะทำให้ตับอักเสบได้ นอกจากนี้ ยังมียาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด และยาปฏิชีวนะ ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรอย่าง ยาลูกกลอน ฯลฯ ซึ่งมีการใช้อย่างกว้างขวาง และล้วนอันตรายหากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

แอลกอฮอล์จะทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับได้ ในระยะแรกจะทำให้ไขมันสะสมในตับก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อดื่มนานเข้าจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ และเรื้อรังจนเป็นตับแข็งได้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งตับ อันตรายร้ายแรงได้ถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะคนที่ดื่มหนักๆ หรือดื่มมานานแล้วจนเกิดตับอักเสบ ยิ่งหากใครมีโรคไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซีร่วมด้วยจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อตับอีกหลายเท่า ดังนั้นแล้ววิธีการที่ดีที่สุดคือการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มแต่ปริมาณน้อยๆ ไม่ดื่มเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามหากเป็นตับอักเสบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้สุขภาพฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 

5. สารพิษต่างๆ 

การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำก็ทำให้เกิดอันตรายต่อตับได้ เช่น สารหนู (arsenic) ที่พบปนเปื้อนในยาหอม ปลาหมึกแห้ง ในอาหาร และสิ่งแวดล้อม หากร่างกายรับเข้าไปมากจะสะสมที่ตับ และทำลายระบบการทำงานของตับ ทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการอักเสบตามมาในที่สุด

 

ถ้าหากว่าคุณอยากให้ตับของคุณมีสุขภาพที่ดี และอยู่ทำหน้าที่ไปได้นานๆ แล้วล่ะก็ วิธีการที่ดีที่สุดคือ จะต้องลดความเสี่ยงในปัจจัยที่กล่าวมา โดยเฉพาะในเรื่องของยา และแอลกอฮอล์ ที่เรามักจะใช้อย่างไม่รู้เท่าทัน และไม่ระมัดระวังเท่าที่ควร นอกจากนั้นแล้วก็ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ และ หมั่นออกกำลังกายเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอยู่เสมอด้วยนะคะ



บทความแนะนำ