9 ท่าโยคะง่ายๆ ช่วยลดน้ำหนัก ได้ง่ายๆที่บ้าน

หลายๆคนอาจคิดว่าโยคะทำยาก มีแต่ท่ายากๆ กลัวทำไม่ได้จึงไม่คิดออกกำลังกายแบบโยคะ แต่วันนี้ถ้าหากคุณได้ลองทำมันแล้วคุณจะคิดว่ามันง่ายนิดเดียว และก็สามารถทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรง หุ่นดีอีกด้วย มาดูกันเลยว่าท่าโยคะลดน้ำหนักจะมีท่าอะไรกันบ้าง

 

1.ท่าโยคะแบบหน้าวัวประยุกต์เริ่มต้นขั้นแรกคือ ยืนตัวตรงเท้าชิดติดกัน และเอามือขวาจับปลายผ้าขนหนูข้างหนึ่ง ให้ยกแขนขวาขึ้นแล้วงอข้อศอกลงไปด้านหลังศีรษะ ให้แขนซ้ายแนบติดลำตัวงอแขนไว้ด้านหลังขนานกับช่วงเอว จับปลายผ้าขนหนูอีกข้าง หายใจเข้า และเอามือขวาออกแรงดึงผ้าขนหนูขึ้นให้แขนขวาชิดใบหูโดยสนิท หายใจออก มือซ้ายดึงผ้าขนหนูลงจนแขนซ้ายตึง และระวังอย่าให้แขนซ้ายแยกออกจากลำตัวโดยเด็ดขาด และต้องดึงผ้าให้ตึงตลอด ทำต่อเนื่องจนครบ 10 ครั้ง และครั้งที่11 ลดแขนทั้งสองให้ขนานกัน แล้วออกแรงดึงผ้าให้ตึง ปล่อยแขนลงผ่อนคลาย ทำซ้ำอีกข้าง ท่านี้จะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณท้องแขนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวเชียว แหละ

2. ท่าเรือกลไฟเริ่มต้นขั้นตอนแรกโดย ยืนตัวตรงกางขาออกกว้างเป็น 3 เท่าของช่วงไหล่ และให้เอาขาเหยียดตรงเปิดปลายเท้าขวาให้ตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า จากนั้นให้หงายฝ่ามือยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นขนานกับพื้น หายใจออก และหมุนตัวมาทางขวามือ 90 องศา ให้หายใจเข้าประสานมือดันนิ้วชี้ขึ้นเหนือศีรษะ ยืดแขนให้ตึง แล้วหายใจออก งอเข่าขวาให้ตั้งฉากไม่เกินนิ้วโป้งเท้า หายใจเข้า เกรงขายืดแขนให้ตึง หายใจออก ยืดตัวตรง แขม่วท้อง หายใจเข้า เกร็งขายืดตรง แล้วกลับไปท่าเริ่มต้น ทำแบบนี้ซ้ำกันไปเรื่อยๆข้างละ 3 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันท้องแขน และสะโพก ได้บริหารปีกสะบักกลางหลัง และกล้ามเนื้อต้นขา

3. ท่าบิดลำตัวท่านี้ให้เริ่มต้นจากนั่งหลังตรง และใช้ขาซ้ายไขว้ขาขวา ปลายเท้าขวาวางข้างสะโพก อกชิดติดเข่า แขนซ้ายกอดหัวเข่าขวา หายใจเข้าให้ลึก วาดแขนขวาไปทางด้านหลังและให้วางไว้ที่เอว หายใจออก แขม่วท้องบิดเอวหันหน้าไปทางด้านหลัง และหายใจเข้าหันหน้ากลับท่าเริ่มต้น ทำแบบเดิมซ้ำกัน 3 รอบแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้จะช่วยลดเอว หน้าท้อง ต้นขา ปีกสะบัก และแนวขอบอก

4. ท่ายืดส่วนหลังท่านี้ให้เริ่มต้นขั้นแรกโดยนั่งหลังตรง และจากนั้นให้ยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้าเกร็งปลายเท้าให้ตั้งฉาก และหายใจ เข้ายกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หายใจออก คว่ำมือแล้วค่อยๆ ก้มตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่วงเอว แล้วใช้นิ้วชี้เกี่ยวนิ้วโป้งเท้า จากนั้นจึงค่อยๆ ก้มตัวลงอีก งอศอกเล็กน้อยค้างไว้ประมาณครึ่งนาที และสำหรับท่านที่ไม่สามารถเกี่ยวนิ้วได้ อย่าฝืน ให้จับบริเวณใต้เข่าแต่ให้ก้มตัวเท่าที่ทำได้ก็พอ จากนั้นให้ยืดตัวขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย บริหารกล้ามเนื้อส่วนหลัง และต้นขา

5. ท่าสะพานท่านี้ให้เริ่มต้นจากหายใจเข้านอนหงายขนานกับพื้น แล้วให้งอขาชันเข่า เอามือจับที่ส้นเท้า เกร็งหัวเข่ากดคางกับหน้าอก เมื่อหายใจเข้า ยกสะโพกขึ้นเท่าที่ทำได้ และสามารถใช้มือค้ำที่เอวได้ และหายใจออก หายใจเข้าอีกครั้ง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก หายใจออก ค่อยๆ วางตัวลงกับพื้น ทำ 4 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ต้นขา และบริหารกล้ามเนื้อหลัง

6. ท่าศพท่านี้ทำโดยให้เริ่มนอนเหยียด ขา แล้วกระดกปลายเท้า เกร็งเท้า เข่า ขมิบก้น ต้นขา สะโพก เกร็งส่วนคอ กำหมัดแล้วเกร็ง โดยเกร็งส่วนละ 2 วินาที แล้วปล่อยให้ผ่อนคลายเป็นท่าจบและนอนพักไปสักพักก่อน การเกร็งส่วนต่างๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและรู้สึกสบสบายตัวมากขึ้น

7.ท่าหมุนท้อง (ชฐระ ปริวรรตนาสระ)ท่านี้ช่วยให้คุณได้บริหารช่วงเอวเป็นส่วนมาก โดยเป็นท่าทางนอนเหวี่ยงขาไปมา คล้ายการหมุนเข็มนาฬิกา ช่วยสลายไขมันหน้าท้อง กระชับสะโพก และต้นขา รวมถึงบรรเทาอาการปวดสะโพก ได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับฉบับคนอ้วน ?ช่วงนั้นน้ำหนักตัวยังมากอยู่ ยกขาตั้งฉากกับพื้นแทบไม่ขึ้น ต้องแก้ด้วยการงอเข่าเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ทำจนกว่าขาจะเหยียดตรงได้เอง บางวันก็ให้ใช้ตัวช่วยเพื่อเสริมแรงเหวี่ยงขา โดยใช้มือยึดสิ่งของไว้ เช่น ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ หรือวางเชือกไว้ใต้ลำตัวระดับไหล่ กำเชือกในมือแต่ละด้านให้ตึง เมื่อจะเหวี่ยงขาไปทางไหน ก็ให้ดึงเชือกไปทางฝั่งตรงข้าม และในการฝึกท่านี้ ควรออกแรงกดไหล่และหลังให้ชิดพื้นมากที่สุด แล้วออกแรงเหวี่ยงขา โดยใช้แรงจากช่วงเอวและต้นขา อย่าเกร็งหลัง นอกจากช่วยให้ได้บริหารช่วงล่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดหลังที่อาจเกิดขึ้น

8 ท่านักรบ (วีราสนะ)สำหรับท่านี้เป็นการรวมท่ายืดเหยียดร่างกายไว้ในท่าเดียว ทั้งย่อขาโน้มตัว และยืดเหยียดแขนขา โดยเฉพาะได้ออกกำลังช่วงสะโพกมาก ทำให้ต้นขากระชับ ท่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเอว น่อง และเข่า ที่เกิดจากแรงกดของน้ำหนักตัว การเหยียดมือข้ามศีรษะยังช่วยเปิดช่วงอกให้หายใจได้ลึกขึ้น เพราะต้องอาศัยช่วงขามากในท่านี้ จึงควรก้าวขาข้างที่ต้องย่อเข่าตั้งฉากออกไปให้กว้างๆ แล้วหันปลายเท้าให้ตรงกับแนวหัวเข่าพอดี ส่วนขาอีกข้างพยายามเหยียดให้ตึง วางเท้าทั้งสองข้างให้เต็มฝ่าเท้า วิธีนี้จะช่วยให้ทรงตัวดี ไม่ล้มง่าย แต่หากติดพุง ยังไม่ต้องย่อเข่ามาก ย่อแค่พอรู้สึกตึงหน้าขา หรือยืดขาให้ตรงก็พอ ก่อนโน้มตัวทุกครั้ง ควรหายใจเอาลมหายใจออกให้หมดท้องเสียก่อน ช่วยลดปัญหาติดพุงอีกทาง

9 ท่าหงส์เหิน (นาฏราชอาสนะ)ท่านี้ต้องอาศัยการเกร็งร่างกายในการทรงตัวมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มขณะยืนด้วยขาเดียว ยิ่งกล้ามเนื้อได้ออกแรงเกร็งมากเท่าไร ยิ่งช่วยให้เผาผลาญไขมันดีขึ้น ท่านี้ยังช่วยในการฝึกสมาธิให้แน่วแน่ และข้อควรระวังสำหรับคนอ้วน คือ เซล้มง่าย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้การทรงตัวลำบาก แล้วไหนจะต้องยกขาอีกข้างขึ้นอีก เคล็ดลับท่านี้อยู่ที่ว่าต้องสร้างฐานยืนให้มั่นที่สุด โดยยืดขาหลักให้ตรง ให้รู้สึกตึงที่หัวเข่า น้ำหนักตัวจะถ่ายลงบนเท้า จากนั้นจึงใช้ปลายเท้าจิกพื้นไว้ เท่านี้ก็ช่วยให้ฐานแน่นแล้ว และนอกจากนี้ การเกร็งข้อเท้าเอาไว้ จะช่วยไม่ให้ข้อเท้าพลิกถ้าเกิดเซล้มขึ้นมา โดยเฉพาะคนอ้วน ที่มักบาดเจ็บจากอาการข้อเท้าพลิกได้ง่ายกว่าปกติ

 

และในแผนการลดน้ำหนักให้เห็นผลอย่างเร่งด่วน เลือกฝึกท่าโยคะที่ได้ออกแรงมากเป็นพิเศษ รวมถึงเน้นท่าที่ได้บริหารส่วนไขมันพอกพูนให้ได้ลดได้มากที่สุด และจะต้อง ปรับอาหารให้ทานน้อนลงไปด้วย จากกินข้าวมื้อละสี่จานลดเหลือหนึ่งจาน เน้นกินกับข้าวมากกว่าข้าว งดมื้อดึกอย่างเด็ดขาด แล้วดื่มน้ำแทนมากๆ บางมื้อกินแต่ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก เพื่อช่วยคลายอาการเหนื่อยร้อนจากการฝึกโยคะไปในตัวด้วย เช่น แตงโม ชมพู่ ฝรั่ง เพราะผลไม้จำพวกนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกัน

 

ถ้าหากคุณอยากลดน้ำหนักแล้วละก็วิธีนี้ นั่นคือ โยคะลดน้ำหนักรับรองว่าได้ผลแน่นอน แต่ไม่ว่าคุณจะด้วยวิธีไหนเพียงแค่คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ว่าจะออกกำลัง กายด้วยวิธีไหนก็ตามก็ทำให้คุณสุขภาพดีได้เหมือนกัน ไม่แค่นั้นคุณจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอแค่นี้คุณก็จะมีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดีแล้ว



บทความแนะนำ